สงครามอาร์เมเนีย คนอื่นเค้าว่ายังไง

Comments on War

ปี 2016 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง อาร์เมเนีย และ อาเซอร์ไบจานจากกรณีข้อพิพาทในพื้นที่ที่มีชื่อว่า นากอร์โน-คาราบัค รุนแรงขึ้นสุด มีการโจมตี สู้รบกันหลายครั้งจนนำมาซึ่งผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมากทั้งในฝ่ายของทหารและพลเรือน วันนี้เราไปย้อนกันหน่อยว่าบรรดาประเทศใหญ่หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเค้ามีปฏิกิริยาตอบรับว่าอย่างไรกันบ้าง

เริ่มกันที่ EU หรือสหภาพยุโรปก่อนเลยโดยตัวแทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง หยุดสู้รับกันในทันทีตบท้ายด้วยการให้ทั้งสองปฏิบัติตามข้อตกลงการหยุดยิง

สหประชาชาติ หรือ UN โดย นายบัน คี มูน ก็ได้ออกมาเรียกร้องในทำนองเดียวกัน นั่นก็คือขอให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในความขัดแย้งหยุดยิง และ หยุดทำการสู้รบ แล้วหันหน้ามาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่วางเอาไว้ร่วมกัน(ก็คือหยุดยิงนั่นแหละ)

Comments-on-War

สภาผู้แทนราษฎรของสภายุโรป โดยนาย Pedro Agramunt ออกมาเรียกร้องเช่นกัน โดยเค้าต้องการให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง และทำการสู้รบกัน จากนั้นให้หันหน้าเข้าสู่การเจรจาเพื่อให้เกิดสันติภาพจะดีที่สุด แต่ตบท้ายด้วยการติงนิดๆว่าให้ทางอาร์เมเนียถอนทหารจาก ดินแดนของอาเซอร์ไบจาน(ตรงที่เป็นข้อพิพาทนั่นแหละ)

องค์กรความร่วมมือของอิสลาม อันนี้ออกมาค่อนข้างรุนแรงนิดหนึ่ง นั่นคือการออกมาประณามการกระทำของทหารอาร์เมเนีย ที่โจมตีบนพรมแดนอาเซอร์ไบจาน อันนี้เค้ามองว่าอาร์เมเนียไปรุกรานอาเซอร์ไบจานก็เลยออกมาแนวนี้

โฆษกขององค์กร CSTO ได้ออกมากล่าวว่า ความขัดแย้งทั้งหมดต้องตัดสินผ่านการเจรจาเท่านั้น หากทำแบบนี้ต่อไปมีแต่จะเพิ่มความขัดแย้งและสถานการณ์ที่รุนแรงเพิ่มเติม อันนี้ก็จริงของเค้าเหมือนกัน

สหรัฐอเมริกา มาดูประเทศพี่เบิ้มอย่างสหรัฐกันบ้าง ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาประณามการกระทำนี้ และเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายได้อดทนและยับยั้งการกระทำที่จะทำให้เกิดสงครามต่อไป(บอกให้หยุดยิงนั่นแหละ) จากนั้นให้หาทางออกความขัดแย้งครั้งในการเจรจาเท่านั้นเพื่อให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริง (แหม พระเอกตลอดแต่เบื้องหลังไม่รู้นะ)

Comments_on_War

ฝั่งทางรัสเซีย โดยท่านประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ออกมาเรียกร้องเหมือนกัน โดยท่านต้องการให้ทั้งสองฝ่ายยุติสงครามที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมกับอดทนและยับยั้งชั่งใจเพื่อไม่ให้สงครามบานปลายไปอีก ตบท้ายด้วยการตำหนิไปถึงเพื่อนบ้านของสองประเทศอย่าง ตุรกี ที่เข้าไปแทรกแซงกิจการของเพื่อนบ้าน ในเรื่องของการปิดพรมแดนประเทศด้วย

จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหน หรือประเทศไหนต่างต้องการมองเห็นสันติภาพให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ โดยจะบอกไปทางเดียวกันว่า การทำสงครามไม่ทำให้หยุดสงครามได้ การหยุดสงครามได้ต้องอยู่บนการเจรจาเท่านั้น ก็ต้องมาดูกันว่าในปี 2017 จะมีการเจรจาเกิดขึ้นไหม เราเองก็หวังว่าจะเกิดและทำได้สักที