ความขัดแย้งในอาร์มาเนีย

Armenian War

หลายคนคงไม่คุ้นชื่อกับประเทศอาร์มีเนีย เท่าไรนัก เพราะความเป็นจริงแล้วประเทศอาร์มาเนียเป็นเป็นประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง แถมยังเป็นประเทศที่มีสงครามการเมืองมายาวนานมาก จึงทำให้คนที่ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารนั้นไม่ค่อยได้ยิน แต่หากใครที่ดูข่าวบ่อยๆ ก็จะได้ยินกันมาบ้าง สงครามที่เกิดขึ้นในประเทศอาร์มีเนีย นี้มีการพูดคุย เจรจาเพื่อที่จะยุติความไม่สงบลงบ่อยครั้ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ไม่ประสบความสำเร็จ แถมยังมีความความรุนแรงมากขึ้นด้วย เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทุกๆ วัน ความรุนแรงของอาวุธที่ใช้ก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มของการก่อการร้ายก็เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งหมายความว่าประเทศอาร์มีเนีย นั้นไม่ได้มีข้อพิพาทเพียงแค่กับคนแค่กลุ่มเดียว เมื่อเวลาผ่านไปประเทศมีความอ่อนแอลงเรื่อยๆ กลุ่มผู้ที่ฉวยโอกาสก็จะใช้ความอ่อนแอตรงนี้ในการแทรกแทรงเข้ามาอีก เพื่อผลประโยชน์ของตน

อาร์มีเนีย กับอาเซอร์ไบจาน มีความขัดแย้งกันกันมานานเกือบ 20 ปี ทุกวันนี้ก็ยังเป็นคู่ขัดแย้งกันอยู่ สงครามที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศคร่าชีวิตทหารและสองฝ่ายไปนักต่อนัก ซึ่งสาเหตุของความขัดแย้งก็แสนจะคลาสสิคเหมือนหลายๆ ประเทศที่มีความขัดแย้งกัน นั่นก็คือดินแดนที่ทับซ้อนกัน ที่เรามักจะได้ยินนักข่าวเรียกดินแดนนี้ว่า นากอร์โน – คาราบัคห์ ซึ่งเหตุการณ์ก็เหมือนกับหลายประเทศที่ว่าดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนของประเทศหนึ่ง แต่คนที่อยู่เป็นคนอีกประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เช่นกัน ดินแดนที่ว่านี้คือดินแดนของประเทศอาเซอร์ไบจาน แต่คนที่อยู่กลับเป็นชาวอาร์มีเนีย เมื่อเวลาผ่านไปอาเซอร์ไบจานจึงไม่ยอม แน่นอนอยู่แล้วเพราะว่าดินแดนนี้มีเจ้าของ แต่คนที่มาอยู่กลับเป็นใครก็ไม่รู้ แถมทั้งสองประเทศนี้ก็ยังมีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกันอีก จึงกลายเป็นว่าสงครามก็ยิ่งมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็เกิดสงครามขึ้น โดยก่อนหน้านี้ที่ยังมีสหภาพโซเวียตอยู่ โซเวียตเปรียบเสมือนกำแพงที่คอยกั้นไม่ให้ประเทศนี้มีสงครามกัน แต่เมื่อครั้งที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย กำแพงนี้ล้มสงครามจึงเกิดขึ้น จนมาถึงเมื่อวันที่ 6 มกราคมปี 2535 เขตนาร์กอโน-คาราบัค ได้แยกตัวออกจากอาเซอร์ไบจานเป็นเอกราช จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ลงนามเพื่อที่จะยุติสงครามครั้งนี้ลง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการไกล่เกลี่ยทำข้อตกลงกันมาหลายครั้งแล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายเองก็ยังมีความเชื่อและต่างก็คิดว่าเขตนากอร์โน – คาราบัคห์ เป็นเขตอธิปไตยของตน รวมถึงไม่ยอมรับแผนการไกล่เกลี่ยหรือข้อตกลง แต่การลงนามครั้งนี้กลับได้ผลในการหยุดยิงได้ แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงขู่กันอยู่ว่า หากฝ่ายใดทำผิดข้อตกลงก่อนก็จะตอบโต้ทันที ดังนั้นเหตุการณ์ความไม่สงบ จึงไม่สงบอย่างแท้จริงเสียที

Armenian_War

ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามกลางเมืองประเทศอาร์มีเนีย เป็นประเทศหนึ่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมาก รายได้หลักๆ ของประเทศก็จะได้มาจากการท่องเที่ยว แต่เมื่อครั้งที่เกิดสงครามขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศไปด้วย แถมประชาชนก็ได้ความเดือดร้อน ดังนั้นตอนนี้หลายๆ หน่วยงานจึงเร่งรีบในการยุติสงครามลง ถึงแม้ว่ามันจะมีความเป็นไปได้น้อยก็ตาม